มือถือและมาบุญครอง-กันสยองวันละนิด-สะกิดใจก่อนซื้อ
posted on 30 Dec 2007 00:32 by cifr in Technologyวันนี้ไปฉลองส่งท้ายปี(ก่อนกลับมานั่งทำงานเหมือนเดิมหลังจากไปร่อนมาแล้ว)หลังจากการส่งงานสุดสาหัสจนทำให้เกิดการแปลงเพลง...(เฮ้ย อย่าอ่านผิด ไม่ใช่แปลงเพศนะคร้าบพี่น้อง) เพลงนี้ขึ้นมา...
กรุณาใส่ทำนองเพลง "เป็นโสดทำไม"
...จะถึกทำไม ถึกไปให้เศร้าเหงาทรวง ไงหัวก็ไม่หายกลวง ก็อย่าล่วงไปถึกดีกว่า...ทำไปเกือบตาย ก็กลายเป็นความเหงาเศร้า เลิกถึกเสียดีกว่าเรา อย่าให้เฉาเพราะความถึกเอยยยยยย
เอ้า เข้าเรื่องๆ
เหตุที่ทำให้อิฉันต้องร่อนไปมาบุญครองเพราะกิเลสทำพิษ คือเมื่อวันก่อนได้เห็นโทรศัพท์มือถือ Panasonic VS3 รุ่นเก่าแล้วน่ะนะ ก็เกิดอาการ อุ๊ยต๊ายยยยย น่ารักน่าชังดีไซน์ได้ยุ่นมากๆ(คือหน้าตาเหมือนมือถือที่ญี่ปุ่นใช้กัน) แต่กว่าจะเห็นก็ล่าไปกว่าสองปีถ้านับจากเดือนที่ออกวางขาย อิฉันมัวแต่ไปเห่อมือถือชื่อดังยี่ห้อโน...อยู่เพราะช่วงนั้นกำลังเร่งรุกตลาดในไทยสุดๆชนิดที่เรียกว่าสามเดือนออกประมาณ 8 รุ่นได้จนมิได้เห็นหรือศึกษามือถือของ Panasonic เลย โทรถามศูนย์ทุกร้านก็ได้คำตอบว่าหมดแล้วค่ะ รุ่นเก่าแล้วค่ะคุณน้อง... เอ่อ ฮ่ะ โทษนะฮะ อิฉันมันตกข่าวก็อย่างนี้แหละ
เอาวะ ไม่มีก็ไม่มี กะไปหาตามร้านที่มาบุญครองว่ายังมีมือหนึ่งตกค้างบ้างหรือเปล่า ประกอบกับอาการทางใก(กาย+ใจ)สาหัสพอสมควรหลังจากการส่งงานเมื่อวานเพราะต้องแก้เรื่องใหญ่สุดๆในงาน เลยตั้งใจว่าวันนี้จะไปปล่อยผีซะหน่อย ร่อนทั้งวันไม่ทำงานแม่มเลยฮ่ะ
ได้ไปไหว้ท้าวมหาพรหมที่เอราวัณก่อนไปร่อนที่มาบุญครอง ถึงมาบุญครองปุ๊บก็ดิ่งไปชั้น 4 ที่แสนเลื่องชื่อเลย
ออกตัวไว้ก่อนว่าเราไม่ใช่เป็นคนที่เป็นเซียนโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารอะไร ฟังก์ชันในเครื่องที่พ้นจากการสื่อสารกับกล้องน่ะคุณเอ๋ย เอาแค่วิทยุที่มันมีให้ยังไม่ค่อยได้ใช้เลย แต่คิดว่าตัวเองเป็นคนแยกของปลอมออกจากของแท้ได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว อีกอย่างคือไม่ค่อยเคยไปเดินที่ย่านมือถือมาบุญครองชั้น 4 มากนัก ที่ไปวันนี้ก็ครั้งที่ 2 เอง ครั้งแรกไปแบบรีบๆเลยยังไม่ค่อยเห็นอะไรแต่วันนี้ได้เห็นเยอะเลยค่ะ(เพราะไม่รีบ บอกแล้ว...ไม่ทำแม่มทั้งวันซะเลย)
เดินวนอยู่รอบๆนานพอสมควร ผนวกกับหลงทิศในร้านตู้(ร้านขายมือถือที่เป็นตู้ๆไม่ใช่ศูนย์)เล็กน้อยเดินผิดทางกลับไปทางเก่าอยู่เรื่อย ก็เลยหยุดแล้วลองถามบางร้านดู ปรากฏว่ามีแต่เครื่องมือสองสภาพสุดๆทั้งนั้นเลยตัดใจมันซะตรงนั้นเลยแล้วตัดสินใจจะไปร้านเจมาร์ทแทน...ซื้อรุ่นอื่นแทนก็ได้(วะ) วันนี้เลยได้ซัมซุง SGH-E210 มาแทน เดี๋ยวรีวิวไม่ประกอบเพลงจะตามมาแยกเป็นอีกเอนทรี่นะฮ้า
เหลียวซ้ายแลขวา... ไม่รู้ว่ามีเจ้าของร้านตู้, พนักงานร้านตู้, หุ้นส่วนร้านตู้... เอ่อ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับร้านตู้น่ะฮ่ะอยู่ในที่นี้หรือเปล่าไม่ทราบ ถ้าท่านเป็นผู้ที่ขายของอย่างจริงใจและซื่อสัตย์รบกวนทำความเข้าใจว่าคอมเมนท์ส่วนตัวของอิฉันไม่ได้รวมถึงท่านนะคะ
คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ซื้อมือถือจากร้านตู้ในมาบุญครองหรือที่ไหนๆก็ตามแต่? วันนี้อิฉันเกือบจะเป็นลูกค้าร้านตู้ไปอีกรายเพราะหลงรักมือถือดีไซน์ยุ่น(เคยเกือบซื้อพวกที่เป็นเครื่องหิ้วแล้วมาปลดล๊อคด้วย) แต่ด้วยเดชะบุญประการใดก็ไม่อาจทราบได้ทำให้อิฉันถามกี่ร้านๆก็มือสองแถมสภาพเกินทนเลยตัดใจไปซะได้ ระหว่างทางที่เดินไปและเดินกลับร้านคุณเจมาร์ทก็ทำให้อิฉันได้เห็นอะไรมากมายค่ะ
1. คุณแน่ใจหรือว่าร้านเหล่านั้นจะไม่เอา"เครื่องปลอม/เครื่องก็อบ"เหล่านี้ขายให้แก่คุณในราคาเครื่องจริง?
"เครื่องปลอม" เหล่านี้หมายถึงเครื่องที่ลักลอบผลิต เอ่อ พูดให้ง่ายก็"ของก๊อบ"ที่รู้จักกัน หลายท่านอาจสงสัยว่ามือถือมันยังมีปลอมอีกหรือ? ถ้าท่านเป็นคนที่ซื้อมือถือจากศูนย์หรือร้านที่ชัวร์ๆอย่างร้านที่อิฉันวางใจข้างต้นคงมีโอกาสได้พบกับเครื่องปลอมเหล่านี้น้อยมาก แต่ท่านที่ซื้อร้านตู้อาจเจอได้ง่ายๆค่ะ เพราะที่วันนี้ไปเดินดูมานั้นเห็นได้ชัดว่ากว่า 75%(ไม่นับพวกเครื่องหิ้วมาจากเมืองปลาดิบแล้วปลดล๊อค) เป็นเครื่องปลอม
แล้วอิฉันทราบได้อย่างไรว่ามันเป็นเครื่องปลอมน่ะหรือ? เพราะดิฉันเคยเห็นเครื่องที่ปลอมจริงๆรู้กันจริงๆว่าปลอมน่ะสิคะ เนื่องด้วยคนสนิทอิฉันเคยไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันออกเฉียงเหนือของเรามาและได้ซื้อ Nokia N73 เครื่องก๊อบมาฝากเพราะเห็นว่ามันถูกมาก ประมาณ 3500 บาทไทยเอง(แล้วร้านตู้บางร้านก็มาขายราคา 6000-7000 บาทแล้วอ้างประกันศูนย์) ที่ร้านขายยืนยันนักหนาว่าเหมือนมาก ดูไม่ออก ให้บังเอิญเถอะค่ะ อิฉันใช้รุ่นนั้นอยู่พอดีและก็เป็นคนรักตัวกลัวตายกลัวระเบิดพลีชีพคาหูอิฉันเลยซื้อเครื่องศูนย์อย่างดี วางสองเครื่องคู่กันปุ๊บ เห็นข้อแตกต่างอย่างชัดเลยค่ะ(แต่ต้องมีตัวจริงเทียบนะ ไม่งั้นก็ไม่ยูเรก้าเห็นแล้วจ้าจนแยกเครื่องแท้เครื่องปลอมออกได้เหมือนทุกวันนี้หรอกค่ะ)
2. ดูรู้ได้อย่างไรว่าเป็น "เครื่องปลอม/เครื่องก็อบ"?
ก่อนอื่น สำหรับคนที่ไม่ได้เปลี่ยนมือถือบ่อยหรือเป็นพวกคลั่งเทคโนโลยีอย่างอิฉันก็แนะนำให้ลองไปที่ร้านศูนย์ดูก่อนแล้วสังเกตรายละเอียดต่างๆ อย่างน้อยที่โมเดลที่ทางร้านจัดเป็นตัวอย่างก็พอเห็นข้อแตกต่างได้ชัดพอควรค่ะ (ตอนนี้ยังแนะนำได้แค่เครื่องที่มีขายทั่วไปอย่างที่มีศูนย์อยู่ในเมืองไทย ไม่แนะนำรวมไปถึงเครื่องหิ้วจากเมืองปลาดิบค่ะ)
-----ควรสังเกตอะไรบ้าง? อะไรสังเกตเห็น(ข้อแตกต่างแท้/ปลอม)ได้ง่าย?
- แผงปุ่มกด -
ตัวหนังสือบนปุ่ม - สังเกตขั้นต้นด้วยสัญลักษณ์ต่างๆบนปุ่มกดค่ะ ปกติแล้วจะมีพวกสัญลักษณ์พื้นฐานอย่าง #และ * อยู่แล้ว แต่ปุ่มหมายเลข 0-9 นั้นเกือบทั้งหมดจะไม่มีสัญลักษณ์อื่นนอกจากหมายเลขและตัวอักษรค่ะ ถ้าท่านเห็นมีสัญลักษณ์ประหลาดๆไม่คุ้นตาอยู่ละก็ระวังไว้ก่อนดีกว่านะคะ อีกเรื่องคือโทรศัพท์มือถือเกือบทุกรุ่นในเมืองไทยนั้นจะมีปุ่มกดที่มีตัวอักษรภาษาไทยอยู่ด้วยค่ะ ยกเว้นบางรุ่นจริงๆที่ไม่รองรับภาษาไทยซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีน้อยเต็มที ถ้าไม่ชัวร์จริงๆให้เช็คกับศูนย์ของยี่ห้อที่เราจะซื้อว่ารองรับภาษาไทยด้วยหรือไม่ เพราะบางรุ่น(กระแดะ)ไม่รองรับภาษาไทย อย่างที่เมื่อสองสามปีก่อน Nokia 3230 ที่ออกขายแรกๆไม่รองรับภาษาไทย ปุ่มกดเลยมีแต่ภาษาอังกฤษค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่ามือถือทุกเครื่องที่ปุ่มกดไม่มีภาษาไทยจะเป็นเครื่องปลอมนะคะ เพราะบางร้านเป็นของหิ้วจริงๆ แต่พึงสังวรณ์ไว้หน่อยเถิดว่าในเมื่อรุ่นนั้นๆที่ร้านบอกว่าหิ้วมามันมีขายในศูนย์ของแท้เมืองไทยแล้วมันจะหิ้วมาทำติ่งอะไรให้ขายถูกกว่าศูนย์หน่อยนึง(ต้นทุนเวลาหิ้วสูงกว่าแน่ๆ โดยเฉพาะทุกวันนี้ที่เมืองนอกมักเป็นระบบต้องทำสัญญาใช้หมายเลขเวลาซื้อเครื่องด้วย ยิ่งมิหิ้วยากกว่ากันหรือ???)
ความเนี้ยบ - นอกจากตัวอักษรภาษาไทยบนปุ่มแล้ว ยังควรสังเกต"ความเนี้ยบ"ของการทำตัวอักษรปุ่มกดด้วย ตรงนี้สำคัญทีเดียวเพราะเป็นตัวช่วยสแกนชั้นที่สองจากการดูว่าปุ่มกดมีภาษาไทยหรือไม่ด้วย สำหรับรุ่นที่เป็นปุ่มกดแบบสกรีนตัวหนังสือลงปนปุ่มกดอันนี้ดูยากค่ะ(ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมียี่ห้อไหนทำแล้วเพราะมีปัญหาปุ่มลอกเวลาใช้ไปนานๆ) ต้องดูยิบๆขนาดว่าสกรีนตัวหนังสือลงไปแล้วหมึกมีแฉลบมีเยิ้มเกินนิดเกินหน่อยหรือเปล่าขนาดนั้นค่ะ ส่วนปุ่มกดแบบที่ทำตัวหนังสือบนปุ่มเป็นโปร่งแสง(คือมีไฟอยู่ด้านใต้ปุ่มกดแล้วตัวหนังสือจะเห็นได้(ชัดขึ้น)เพราะหลอดไฟให้แสงด้านหลังทำงานค่ะ) อันนี้น่าจะเป็นจุดปราบเซียนนักก๊อบเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ที่เห็นมาว่าเป็นของก๊อบนั้นจะเห็นตัวหนังสือที่ทำนั้นบางเฉียบ ขอบไม่เรียบ และฟ้อนท์ประหลาด(โทรศัพท์เกือบทุกค่ายจะมีฟ้อนท์สำหรับพิมพ์ลงบนปุ่มกดเป็นเอกลักษณ์ของตัวค่ะ) ส่วนของแท้นั้นจะเนี้ยบและตัวหนังสือมักหนาพอควร(ไม่บางไม่หนาเว่อร์)เพื่อให้เหมาะแก่การมองเห็นและใช้งาน และเป็นฟ้อนท์เดียวกันทุกรุ่นหรือเกือบทุกรุ่น
-ตัวอักษรยี่ห้อที่พิมพ์บนเครื่อง-
อันนี้ปราบเซียนผู้ซื้อแทนค่ะ ดูยากหน่อยส่วนใหญ่ที่เห็นมาจะเป็นแบบฟ้อนท์เพี้ยน เพราะไม่สามารถหาฟ้อนท์จริงที่บริษัทผู้ผลิตตัวจริงใช้มาใช้สกรีนได้ บริษัทที่ผลิตของจำนวนมากขายเยอะเป็นแบรนด์แล้วนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์จะมีโลโก้และฟ้อนท์ที่ผลิตใช้เองเพื่อป้องกันการเลียนแบบค่ะ ตัวอย่างก็คุณโนเกีย คุณซัมซุง คุณไอบีเอ็ม คุณฮิวเล็ทแพคคาร์ด คุณแอปเปิ้ล...เป็นต้น หาดูตัวอย่างได้ไม่ยากค่ะ
-การประกอบตัวเครื่อง-
รอยต่อแต่ละจุดของเครื่องของแท้นั้นถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อปกป้องผู้ใช้และตัวเครื่องโทรศัพท์เพื่อให้ทำงานได้อย่างปลอดภัยเต็มประสิทธิภาพ ของแท้จะมีรอยต่อที่สนิท มิดชิด และเรียบร้อย ส่วนของก็อบนั้นจะเห็นรอยต่อที่ไม่สนิทเท่าใดนัก บางเจ้าแย่หน่อย ทำตัวหน้ากากจากพิมพ์แล้วอย่างกับหล่อพิมพ์แล้วตัดขอบออกไม่หมดอย่างงั้นเถอะ
-ชิ้นส่วน การเคลือบสี และผิวสำเร็จ (Component, Coating &Finishing)-
บางร้านรับของไม่ดีสุดๆคือปลอมได้แย่มากๆมาก็เห็นชัด ตัวอย่างก็คือพวกที่เห็นชิ้นส่วนเครื่องบางชิ้นอย่างฝาครอบด้านหน้า(ที่ทับอยู่นอกสุดกันจอกับแผงปุ่มกดเอาไว้) หล่อชิ้นส่วนมาได้หนาเตอะมากๆ ปูดซ้ายนูนขวา ไม่ใช่ว่าไม่เรียบสองข้างไม่เท่ากันแต่จับไปแล้วชิ้นส่วนนั้นดูหนาเกินไปมากๆ
ในกรณีสีเคลือบเป็นสีทึบ(Opaque - คือเป็นสีเรียบ ไม่มีการใส่ส่วนผสมให้สีเกิดมี effect อย่างแบบสีมุกหรือเมทัลลิก)เคลือบสีที่ใช้เคลือบสีคุณภาพต่ำที่เห็นเม็ดสีชัดและไม่สามารถทำให้เนียนได้ เอ่อ ถ้าเป็นทำกับข้าวละก็คงคล้ายๆกะทิแตกมันนะฮ่ะ
ส่วนกรณีสีมุกหรือสีเมทัลลิก (Pearl, Metallic) ผู้ผลิตของแท้มักจะสู้ตายกับส่วนการเคลือบสีตรงนี้เพราะการให้สีให้สวยงามนั้นทำได้ยาก ผู้ผลิตของแท้จึงใช้สีคุณภาพสูง เคลือบแล้วเป็นประกายสม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้นส่วน บางยี่ห้อสามารถทำให้เห็นสีที่ต่างกันได้ในมุมที่ต่างกันอย่างเช่น Nokia 8210 เคยมีหน้ากากที่เห็นสีต่างกันเมื่อเห็นต่างมุมต่างแสงกัน(เสียดายจริงๆฮ่ะ อิฉันดันหน้ามืดตามัวยกสุดที่รักเครื่องเก่านี้ไปให้ผู้อื่นเสียแล้ว) ส่วนของก๊อบนั้นแม้การเคลือบสีให้สม่ำเสมอจะทำได้ง่ายและสังเกตได้ยากแต่ประกายต่างๆของความเป็นมุก หรือความเป็นเมทัลลิกนั้นยากจะเลียนแบบของแท้ค่ะ เพราะโดยทั่วไปแล้วสีมุกหรือสีเมทัลลิกเกรดดีคุณภาพสูงราคาแพงมากพอตัวทีเดียว สีที่ของก๊อบนั้นจะเห็นความแตกต่างเรื่องความแวววาวหรือความนุ่มนวลของสีชัดทีเดียว
-แบตเตอรี่-
ข้อนี้แล้วแต่ร้านค่ะ ว่าจะยอมให้แกะดูหรือเปล่า(แต่ถ้าเขาขายเครื่องปลอมหรือร้านปราศจากมนุษย์สัมพันธ์คงไม่ให้แกะดูแน่ๆแถมด้วยด่าเข้าให้) ถ้าเค้ายอมให้แกะดูให้ดูสติ๊กเกอร์ของยี่ห้อนั้นๆค่ะ ตรงนี้ยากหน่อยสำหรับยื่ห้อที่ไม่ได้ใช้สติ๊กเกอร์โฮโลแกรมในการป้องกันการปลอม ถ้าเป็นคุณโนเกียยี่ห้อนี้จะใช้สติกเกอร์โฮโลแกรมในการป้องกันการปลอมค่ะโฮโลแกรมคืออะไร? สติ๊กเกอร์โฮโลแกรมคืออะไร?
ในรูปนี้คือสีเหลี่ยมสีเขียวๆตรงกลางก้อนแบตเตอรี่ค่ะ
ข้อมูลเรื่องฮอโลกราฟีจากวิคิพีเดียประเทศไทยค่ะ
เอาเข้าจริงๆท่านไม่ต้องจำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็ได้ค่ะ ลองหาไม้บรรทัดสามมิติของลูกหลานท่านมาดูก็เป็นตัวอย่างได้พอควรแล้ว พูดให้ง่ายก็คือเมื่อมองมุมหนึ่งจะเห็นเป็นภาพหนึ่งแต่เมื่อปรับมุมที่มองหรือมุมที่ถือวัตถุที่มีลักษณะของโฮโลแกรมแล้วจะทำให้เห็นเป็นอีกภาพหนึ่งหรือเห็นคล้ายภาพเคลื่อนไหวนั่นเอง สำหรับแบตเตอรี่โนเกียของก๊อบที่เห็นมานั้นมีปลอมกระทั่งสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมแต่ว่าเหมือนแค่รูปและไม่ได้เป็นสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมที่เห็นเปลี่ยนรูปได้แต่อย่างใด เป็นแค่สติ๊กเกอร์แบบเมทัลลิกธรรมดาที่หน้าตาเหมือนเอาแผ่นสติ๊กเกอร์ทองแดงมาแปะแค่นั้นไม่เห็นเปลี่ยนมุมหรือเปลี่ยนรูปเลยค่ะ แบตเตอรี่ยี่ห้ออื่นๆนี่อิฉันก็ยอมรับค่ะว่าไม่ค่อยโปร(เฟสชันนอล)เท่าไรนัก(ใช้โนเกียบ่อยที่สุด) ที่เคยเห็นยี่ห้ออื่นก็มีแค่ซัมซุงกับโซนี่อีริคสันที่ทั้งสองยี่ห้อไม่มีโฮโลแกรมค่ะ
ไม่มีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมแล้วสังเกตยังไงจึงจะรู้ว่าเป็นแบตเตอรี่แท้หรือไม่? - ถ้าเป็นของโนเกีย ต้องมีสติ๊กเกอร์โฮโลแกรมเท่านั้นค่ะ ถ้าไม่มีทางโนเกียฟันธงแล้วว่าปลอมชัวร์ หาอ่านได้ในเวปโนเกีย, สมุดคู่มือของแท้, ถามที่ศูนย์ได้ค่ะ มีรหัสพิเศษที่ขูดดูได้(แบตฯก็อบจะไม่มี)ดังรูปตัวอย่างค่ะ (ของปลอมสติ๊กเกอร์สีน้ำตาล ของแท้สติ๊กเกอร์สีเขียว แต่สีของสติ๊กเกอร์ไม่ใช่ว่าไม่เขียวแล้วจะไม่แท้นะคะ โฮโลแกรมโนเกียของจริงจะเขียวๆน้ำตาลทองแดงๆค่ะ)
ส่วนยี่ห้ออื่นๆนั้นแนะนำให้ลองดูลักษณะการประกอบชิ้นแบตเตอรี่ว่าประกอบได้แน่นสนิทดีหรือไม่ มีรอยปูดย่นของแผ่น(เดี๋ยวนี้แบตฯมือถือเป็นแผ่นๆไปหมดแล้ว^^)หรือไม่ ที่สำคัญ ถ้าคุณเห็นตัวหนังสือภาษาจีนบนแบตเตอรี่ก้อนนั้นละก็ให้ระวังระแวงไว้ได้เลยค่ะ (มีบางยี่ห้อบ้างที่มีตัวอักษรญี่ปุ่น แต่น้อยมากๆค่ะ ส่วนจะดูให้ออกว่าเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือจีนต้องรบกวนไปดูตัวอย่างตัวอักษรญี่ปุ่นกับจีนนิดหน่อยค่ะ ภาษาญี่ปุ่นมีการยืมตัวอักษรจีนมาใช้แต่ก็มีตัวอักษรเป็นของตนเองด้วยและปรากฏใช้ทั่วไปมีเอกลักษณ์สังเกตง่ายพอสมควร ดูตัวอย่างได้ที่นี่ค่ะ -ฮิระงะนะ- / -คะตะคะนะ-) อีกทีถ้าเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษหมดก็วกกลับมาดูเรื่องฟ้อนท์ที่ใช้พิมพ์สกรีน(อีกแล้ว)ลงบนก้อนแบตเตอรี่ให้สังเกตเหมือนกับฟ้อนท์ของปุ่มกดและชื่อยี่ห้อค่ะ
-เครื่องก๊อบมักสติ๊กเกอร์แปลกๆที่แปะอยู่ที่ตัวเครื่อง, ด้านหลังเครื่องใต้แบตเตอรี่- เครื่องของแท้ไม่มีแน่ๆค่ะ ฟันธง! สติ๊กเกอร์แปลกๆที่ว่าหมายถึงอะไร? สติ๊กเกอร์เหล่านั้นมักเป็นสติ๊กเกอร์ที่มีลักษณะเหมือนสติ๊กเกอร์นัมเบอร์ผลิตภัณฑ์ที่เราสามารถพบได้ถ้าหากคุณซื้อผลิตภัณฑ์จีนแดง ที่พบมากๆเป็นสติ๊กเกอร์ชิ้นเล็กๆสีขาว(หรืออาจเป็นสีอื่น?)พิมพ์ตัวเลข-ตัวอักษรเอาไว้ อาจมีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับหมายเลขรุ่นแต่มักมีตัวหนังสืออื่นๆพ่วงมาด้วยเสมอ ใครคิดไม่ออกแนะนำให้ไปแถวเสือป่าที่มีหน้ากากมือถือขายเยอะๆน่ะค่ะ ลองพลิกๆดูหน้ากากพวกนั้นเป็นหน้ากากที่ไม่ได้ผลิตจากผู้ผลิตยี่ห้อนั้นๆ จะมาจากไหนไม่ทราบได้แต่มักมีเจ้าสติ๊กเกอร์พวกนี้ติดมาด้วย คล้ายๆพวกหมายเลขสต๊อคค่ะ
-รายละเอียดทางการผลิตอื่นๆ-
ข้อนี้ขอยกตัวอย่างจากเครื่องก๊อบโนเกียที่ได้เห็นมาดังที่ได้อธิบายไว้ด้านบนค่ะ
- แฟลชกล้อง- แฟลชของแท้จะเป็นหลอด LED อย่างดีและติดตั้งกับตัวเครื่องอย่างแน่นหนาไม่มีการเอียงซ้ายขวาหรือติดเบี้ยวเป็นอันขาด ที่เห็นมานี่อาการสาหัสทีเดียวค่ะ เป็นแบบคล้ายๆจะเป็นแฟลชก็ไม่ใช่ไฟฉายก็ไม่ใช่อีกน่ะแหละ
- เลนส์กล้อง - เนื่องจากตัวอย่างที่ได้เห็นเป็นโนเกียรุ่นที่เป็น Carl Zeiss Lens ซึ่งเป็นเลนส์คุณภาพสูงแบบที่ใช้กันกับกล้องถ่ายรูปจริง(ไม่ใช่กล้องมือถือทั่วไป) ชิ้นเลนส์จะแน่นหนา "แววใส ไม่มีฟอง ชั้นในเลนส์ไม่มีฝุ่น" สามอย่างนี้สำคัญค่ะ ทำให้สังเกตได้ง่ายมากขึ้น ส่วนเครื่องก็อบที่เห็นนั้นเป็นกระจกคุณภาพต่ำและประกอบอย่างไม่ประณีตแตกต่างกับเครื่องแท้มากๆ
- ตาข่ายปิดลำโพง - เครื่องแท้ตาข่ายจะละเอียด เนื้อค่อนข้างแข็ง และขึงตึงขอบรอบที่ขึงกดตาข่ายติดสนิทกับขอบลำโพง ไม่มีการย่นเป็นอันขาด เครื่องก็อบก็ตรงข้ามกับที่พูดน่ะค่ะ...
- บรรจุภัณฑ์และหีบห่อ - ข้อนี้ไม่ได้เห็นจากตัวอย่างโทรศัพท์มือถือค่ะ แต่เห็นจาก iPod ปลอมที่วางขายเกลื่อนชั้น 4 มาบุญครอง อิฉันทราบได้อย่างไรว่า iPod ปลอม...??? ไปอ่านด้านบนใหม่ค่ะแล้วเปลี่ยนมือถือเป็น iPod แทน เพียงแต่อิฉันไม่ได้ซื้อมาแงะเทียบกัน เพราะดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นของปลอม หนึ่งเลยคือสีของเครื่อง iPod ที่ทำได้ไม่เหมือนที่สุดในโลกแล้ว ถ้าเป็นปริ้นท์เตอร์ก็คงเหมือนกับสีใดสีหนึ่งหมดน่ะค่ะ สองคือสีและการพิมพ์ตัวอักษรที่ข้างกล่อง ฟ้อนท์เพี้ยน สีของฟ้อนท์ก็เพี้ยน เอาเข้าไป...ใครคิดไม่ออกบอกไม่ถูกเดินเข้าร้านคุณแอปเปิ้ลเลยค่ะ แล้วจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ด้านบนเป็นเพียงรายละเอียดที่อิฉันนั่งแงะเครื่องก็อบที่เป็นของฝากกับเครื่องแท้ที่อิฉันใช้มาเปรียบเทียบกันอย่างเมามันส์ในอารมณ์มากๆ ยิ่งแกะไปสังเกตไปยิ่งเห็นกันจะๆ
3. ทำไมใช้ของแท้แล้วดีกว่าของปลอมที่หน้าตาคล้ายจนแทบเหมือนแต่ถูกกว่ามาก? การซื้อเครื่องแท้ไม่ใช่การส่งเสริมให้เงินเข้ากระเป๋าเจ้าของยี่ห้ออย่างที่หลายคนมีอคติตะหงิดๆอยู่(...เอ ใช้สำนวนผิดหรือเปล่าเนี่ย) แต่เป็นการรักษาความปลอดภัยของตัวท่านเองเพราะเครื่องแท้ทุกเครื่องต้องผ่านการตรวจสอบเครื่องมาแล้วเป็นอย่างดีก่อนถึงมือผู้บริโภค รับประกันได้ว่าถ้าท่านไม่ใช้มันผิดประเภท ผิดวิธี ผิดประหลาด ตกน้ำ ตกไฟ หรืออื่นๆแล้วละก็ไม่ระเบิดคาหูท่านอย่างแน่นอน อีกทั้งเรื่องคลื่นที่รับส่งผ่านโทรศัพท์มือถือที่เป็นประเด็นกันตอนนี้ว่าจะก่อมะเร็งหรือเนื้องอกในสมองหรือไม่อย่างไรนั้นตอนนี้มือถือที่ได้มาตราฐานทุกค่ายต้องผ่านการตรวจ"การสัมผัสถูกคลื่นวิทยุได้สร้างหน่วยวัดที่รู้จักกันในนามของ อัตราการซึมซับเฉพาะ หรือ SAR " ก่อน แต่พึงสังวรไว้ว่าเครื่องก็อบนั้นใครมันจะมานั่งตรวจให้คุณกันละคะ? ข้อมูลเรื่อง SAR ขอลิงค์ให้ไปดูตัวอย่างได้ที่เวปของค่าย SonyErisson ค่ะ เห็นข้อมูลชัดเจนดีพร้อมกับมีลิงค์ให้ไปยังองค์กรต่างๆที่ทำการศึกษาและตรวจสอบเรื่องนี้อีกด้วย
นอกจากนี้การใช้เครื่องแท้ ยังเป็นการรักษาและให้เกียรติทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น(อย่างที่ผู้ผลิตผลงานพยายามเรียกร้องให้เลิกซื้อของเถื่อนกัน) ไม่ส่งเสริมการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาโดยใช้ของแท้กันเถอะค่ะ ข้อนี้หมายรวมถึงผลิตภัณฑ์และผลผลิตทางความคิดทั้งหลายทั้งปวง ไม่เฉพาะเรื่องผลิตภัณฑ์เท่านั้น ของใกล้ตัวอย่าง fan art, illustration หรือแม้แต่ fiction ต่างๆก็เป็นทรัพย์สินทางปัญญาค่ะ เลิกลอก เลิกก๊อบ เลิกแอบอ้างกันเสียทีจะดีกว่า (ชักนอกเรื่องแต่ก็มีสาระนะเหอะ^^)
ที่นั่งพิมพ์เอนทรี่สาระนี้เสียยาวเหยียดมิได้มีจุดประสงค์จะโจมตีร้านตู้ดันตูดร้านใหญ่แต่อย่างใด แต่ต้องการให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังและมีข้อช่วยตัดสินใจในการเลือกซื้อ ร้านตู้ดีๆก็มีอิฉันก็ทราบและก็เห็นมีอยู่พอสมควรแต่ร้านตู้ส่วนใหญ่ช่างชวนให้ผู้บริโภคตาดำๆขนหัวลุกปุกปุยกันเหลือเกิน หลายครั้งที่เกือบใจอ่อนไปกับดีไซน์ยุ่นที่ร้านตู้ขายแต่ก็หวั่นเหลือเกินกลัวหัวมีรู...ใหญ่กว่าลูกปืนเจาะเสียด้วยสิท่าน อิฉันไม่ได้บอกว่าเครื่องก็อบจะยิงศรีษะท่านด้วยการระเบิดใส่ทุกเครื่องไปแต่ใครจะรู้ว่าอันตรายน่ะอยู่ใกล้กว่า Girl next door เสียอีก แค่หูท่านๆเลยนะคะ!!!
ทางเลือกในการซื้อนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่ต่างออกไปของแต่ละคนค่ะ เอนทรี่นี้เป็นเพียงข้อสังเกตและข้อเสนอแนะส่วนตัวเท่านั้น โดยส่วนตัวแล้ว เวลาซื้อจะคิดว่าเลือกความปลอดภัยหรือราคา?... สำหรับอิฉันแล้วตอบไม่ยากเลย อิฉันเลือกที่จะจ่ายมากกว่าแต่ขอความปลอดภัยดีกว่าค่ะ ขอโทษด้วยที่ไม่มีรูปของปลอมให้ดูกันเป็นตัวอย่างเพราะเครื่องก๊อบที่ได้มาไม่อยู่แล้วค่ะ ส่วนที่ร้านตู้นี่อิฉันไม่เสียเงินเสี่ยงแน่ๆ ขอเวลาหารูปสักพักค่ะ เดี๋ยวจะมาอีดิทเพิ่มค่ะ
อู้ยยยย ยาวเหยียด สาระเยอะที่สุดตั้งแต่เปิด blog มา กรุงเทพจะหิมะตกมั้ยเนี่ยยยยยย!!!
แล้วเอนทรี่หน้าจะเอารีวิวไม่ประกอบเพลงของซัมซุง SGH-E210 มาฝากค่ะ
ปล.1 หลายคนคงสงสัย จขบ. เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่... เอ่อ ไม่ต้องสนเถอะฮ่ะ เวลาพิมพ์ๆไปภาษามันก็พาไปได้ ให้รู้แต่ว่าจขบ.เป็นปุถุชนพลเมืองดีมีวินัยจราจรก็แล้วกัน
ปล.2 รู้สึกเหมือนเป็นเอนทรี่ชี้เพชรให้โจรเลย...คุณนักก็อบขา อ่านแล้วก็ไม่ต้องไปแก้ให้มันเหมือนยิ่งขึ้นนะคะ อิฉันแนะนำว่าคุณเลิกก๊อบไปเลยจะดีกว่านะคะ
ปล.3 ปัจจุบันนี้เครื่องก็อบของฝากที่ได้มาได้ขายต่อไปแล้วค่ะ มีคนสนใจคุณคนสนิทเลยขายไปแร้ว อู้วววว ใจถึ้งใจถึงนะเนี่ยคนซื้อ...
ปล.4 คุณนักก๊อบขา คุณคนขายของก๊อบขา อย่าแดร็กกกกกกหนูเลยนะฮ้า...
edit @ 30 Dec 2007 04:05:22 by cifr
edit @ 13 May 2008 18:09:59 by cifr

#1 By ☆BεstzuY@★ on 2007-12-30 09:10