ความอัดอั้นคืนวันส่งงาน | ชีวิตข้างโต๊ะเขียนแบบ|
posted on 03 Jan 2008 00:04 by cifr in ThesisDisease*คำเตือน* เอนทรี่นี้อาจมีคำไม่สุภาพและคำภาษาวิบัติตามอารมณ์จขบ.บ้าง ต้องเป็น น.13 นะครับพี่น้องคร้าบบบบ
อย่างหัวข้อเลยจ่ะ
กันเองๆ เอ้านั่งๆ...
อยากทำให้ได้อย่างประโยคข้างบน เหมือนไปร้านกาแฟอาโกที่ไหนก็ได้ นั่งเก้าอี้จีนไม่มีพนัก โต๊ะสังกะสีเก่าๆปูดๆ กาแฟบ้านๆฉุยคลุ้งไปทั่ว นัดเจอกับเกลอเก่าแล้วชวนกึ่งขอร้องให้มันคนไหนก็ได้รับฟังเรื่องราวชีวิตกูหน่อยเถอะ
พรุ่งนี้ต้องส่งงานแต่เช้า 8 โมง ใครบางคนเพิ่งตื่นด้วยซ้ำ ปัญหาใหญ่ไม่ใช่เวลา แต่เป็นงานที่ต้องส่ง โปรเจคทีสิสปีสุดท้ายที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างหนึ่ง(ไม่บอกแล้วกัน เผื่อมีไอ้เพื่อนที่คณะหลุดมาอ่านจะได้ไม่รู้ว่าใคร)
เหตุไม่ใช่เพราะทำไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่ได้ทำ แต่กูจะเอาแรงใจที่ไหนทำ
เมื่อกลางวันโทรหาเพื่อนกลุ่มเดียวกัน แทบจะบอกมันแล้วว่า เฮ้ย กูไม่ส่งได้มั้ยวะ แต่ก็ยังห้ามปากไว้ อยากส่งพรุ่งนี้แล้ววันจันทร์หายหัวไปเลยส่งอีกทีวันจันทร์นู้นเลย
แก้แล้วแก้อีก ยอมรับว่าต้องแก้ ก็มันยังไม่ได้ มันยังไม่ถึง และมันยังไม่ถูก
แต่...
กำลังใจมันแห้งเหมือนทะเลทรายเลยว่ะ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน พอจับงานปุ๊บก็อยากวาง เกิดอาการเอียน เลี่ยน ล้น ไม่อยากทำ ไม่อยากเจอ ไม่อยากเห็น อยากให้มันจบๆตรงนี้ ลุยไปเลยไม่สนอะัไรแล้ว ขอให้ได้เรียนจบเกรดโอเค ได้กินผึ้งเป็นอย่างน้อยสำหรับทีสิสนี้ แม่ถามว่าเป็นอะไร ตอบแม่ไปตรงๆว่าเหมือนเวลาทำน้ำเชื่อม แล้วเราเป็นน้ำเชื่อมที่เทน้ำตาลอีกเท่าไหร่ก็ไม่ละลายแล้ว น้ำเชื่อมที่อิ่มตัว... เป็นสารละลายที่อิ่มตัวนั่นแหละ
เกิดมาไม่เคยยอมแพ้อะไรอย่างนี้เลย ยอมแพ้กับความเหนื่อยที่ไม่รู้ไหลบ่ามาจากทางไหน ตอนนี้จะหยุดคิดงานแล้ว จะลงมือทำจริงแล้ว ถ้ามันไม่ขัดกับความถูกต้องหรือความงามอะไรก็จะทำมันแล้ว ขอให้มันจบๆไปเถอะนะ
ขอบ่นหน่อยเถอะ คุณเพื่อนคนที่ผ่านมาตรงนี้ นั่งลงกินกาแฟกับผมหน่อยมั้ยครับ ฟังเรื่องราวของผมอีกทีก็วนกลับไปที่หัวเอนทรี่ได้เลย
ขอบคุณที่แวะมานะเพื่อน รักนายจริงๆว่ะ
ปล. ไม่ใช่เพื่อนกูรักมึงว่ะนะเว้ยยยยย
ปล.2 รู้ตัวว่ามานั่งบ่นเสียเวลา เดี๋ยวจะไปทำงานต่อแล้ว คาดว่าไม่ได้นอนแน่ๆ สว่างคาตาเป็นอาชีพ...
edit @ 3 Jan 2008 00:20:46 by cifr

ตอนนี้ต้องทำThesis เหมือนกัน
แต่ยังไม่ต้องรีบมาก
ก็มีบางครั้งเหมือนกันที่มันอยากเลิกทำให้รู้แล้วรู้รอด
ต้องแก้งานมาหลายครั้งเหมือนกัน
ก็คิดซะว่าที่จารเค้าให้แก้ก็เพราะอยากให้งานของเราออกมาดูดี
คิดไปคิดมาก็กลับมาพยายามอีกหน่อยค่ะ
#1 By Bow on 2008-01-03 00:29